โปรแกรมคำนวณความแข็งแรงกล่อง & เลือกเกรดกระดาษลูกฟูก
คำนวณค่าการรับแรงกดทับเรียงซ้อน (BCT), ค่าแรงกดสันกระดาษ (ECT), แรงดันทะลุ (Bursting Strength) และขนาดแผ่นลูกฟูกสั่งตัด โดยคำนึงถึง "ลักษณะสินค้าที่บรรจุภายใน" (เช่น ขวด กระป๋อง ถุง) ที่ช่วยรับน้ำหนักตัวเอง พร้อมระบบปรับเกรดแกรมกระดาษมาตรฐานโรงงานหรือกรอกสเปกเองได้ทันที
บริษัท ลี้ไฟเบอร์บอร์ด จำกัด (Lee Fibreboard Co., Ltd.)
ใบรายงานผลการคำนวณความแข็งแรงและสเปกแผ่นกระดาษลูกฟูก (Packaging Strength & Spec Proposal)
โทร: 034-826-906 ถึง 8 | อีเมล: leefibre.it@gmail.com | www.leefibre.com
1 ลักษณะสินค้าที่บรรจุภายใน (Product Characteristics)
มีผลต่อการเรียงซ้อน & เลือกเกรดกระดาษเลือกประเภทสินค้าที่ใส่ในกล่อง เนื่องจากสินค้าบางชนิด (เช่น กระป๋อง ขวด) สามารถช่วยรับน้ำหนักกดทับด้วยตัวสินค้าเองได้ ทำให้ไม่ต้องใช้เกรดกระดาษหนาเกินความจำเป็น ในขณะที่สินค้าแบบถุงหรือของเทกองอาจมีแรงดันออกด้านข้าง
ขวดพลาสติก PET หรือแกลลอนที่มีฝาปิดสนิทและบรรจุเต็มความสูงกล่อง จะช่วยรับแรงกดแนวดิ่งได้ประมาณ 20-30% ช่วยให้สามารถลดเกรดกระดาษลง 1 ระดับเพื่อประหยัดต้นทุนได้ แต่ควรใช้ลอน B หรือ C ที่มีความตึงผิวและหน้าสัมผัสเรียบเพื่อไม่ให้ก้นขวดจม
2 ขนาดกล่อง น้ำหนัก และการเรียงซ้อน (Box & Stacking)
3 เลือกชนิดลอน & เกรดกระดาษ (Paper Spec)
เลือกมาตรฐานโรงงาน หรือ กรอกเองได้/ หรือ - ได้ทุกแกรม เช่น KA150/CA125/KI125 หรือ KT175/CA150/CA125/CA150/KT175
เปรียบเทียบ 3 ทางเลือกสเปกกระดาษที่เหมาะสมกับสินค้าของคุณ
คลิกที่การ์ดเพื่อเลือกใช้สเปกได้ทันทีระบบคำนวณเปรียบเทียบสเปกกระดาษลูกฟูกอัตโนมัติจากขนาดกล่อง น้ำหนักเรียงซ้อน และ สัดส่วนที่สินค้าภายในช่วยรับน้ำหนัก เพื่อให้ลูกค้าหรือฝ่ายขายใช้เปรียบเทียบทางเลือกได้ทันที:
ค่าความแข็งแรงทางวิศวกรรม (Strength Metrics)
ลอน C (หนา ~3.8 มม.)หลักการคำนวณทางวิศวกรรมบรรจุภัณฑ์ (McKee Formula & Internal Product Support)
1. ค่า ECT และ BCT (สูตร McKee)
ECT (Edge Crush Test) คำนวณจากผลรวมความต้านทานแรงกดวงแหวน (Ring Crush Test - RCT) ของกระดาษทำผิว (Liner) และกระดาษลอน (Medium คูณค่า Take-up Factor ของแต่ละลอน)
จากนั้นนำมาคำนวณ BCT (Box Compression Test) ตามสมการมาตรฐานสากลของ McKee: BCT = 5.87 × ECT × √(ความหนาแผ่น × เส้นรอบรูปกล่อง) ปรับแก้ด้วยสัดส่วนความสูงกล่อง
2. ผลของลักษณะสินค้าที่บรรจุภายใน
สินค้าที่รับน้ำหนักตัวเองได้ (Self-Supporting): เช่น กระป๋องโลหะ ขวดแก้ว ขวด PET หากบรรจุเต็มความสูงกล่องพอดี (ไม่มีช่องว่างด้านบน) ตัวสินค้าจะช่วยรับน้ำหนักจากการเรียงซ้อนได้ 20% - 60% ช่วยลดต้นทุนค่าเกรดกระดาษได้
สินค้าแบบถุง/เทกอง (Flexible/Bulk): ไม่ช่วยรับน้ำหนักแนวดิ่ง และอาจดันผนังกล่องให้ป่องออก ระบบจึงเพิ่มค่าเผื่อความปลอดภัย (Safety Factor) และแนะนำลอนที่ต้านแรงดันทะลุสูง
3. ค่าเผื่อความปลอดภัย (Safety Factor)
ค่า BCT ที่วัดได้ในห้องแล็บ คือค่าแรงกดสูงสุดก่อนกล่องยุบตัวในสภาวะมาตรฐาน (23°C, 50% RH) แต่ในการใช้งานจริง กล่องจะสูญเสียความแข็งแรงจาก ความชื้นในอากาศ (Humidity) และ ระยะเวลาการวางซ้อน (Creep)
โปรแกรมนี้จึงคำนวณ Safety Factor อัตโนมัติ (ตั้งแต่ 2.5x ถึง 5.5x) ตามสภาพแวดล้อมและการเรียงพาเลทจริง เพื่อให้มั่นใจว่ากล่องใบล่างสุดจะไม่ยุบตัวในคลังสินค้า